Home » เพชรสะดวกซื้อ » เพชรเพื่อการลงทุน

เพชรเพื่อการลงทุน

หากำไรกับเพชรอย่างไรดี

การซื้อขายเพชรเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจนักลงทุนได้ดี ไม่ว่าจะเป็นตัวสินค้าหรือราคาก็ตาม แหล่งที่มาของเพชรอยู่ที่อินเดีย บราซิล แอฟริกา และรัสเซีย ส่วนในไทยจะได้จากพังงาและภูเก็ต ตลาดซื้อขายเพชรใหญ่ๆ อยู่ที่อเมริกา จีน อินเดีย และญี่ปุ่น ราคาของเพชรซื้อขายกันที่กะรัตละประมาณเกือบ 4 หมื่น ถึง 8 แสนกว่าบาท ซึ่งก็เป็นไปตามกลไกของตลาด ดูได้จากราคากลางของเพชรในตลาดโลก (Rapaport Diamond Report) ซึ่งมีค่าค่อนข้างเสถียร ไม่ค่อยได้รับผลกระทบ จากภาวะเศรษฐกิจหรือเงินเฟ้อ และมีแนวโน้มราคาที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้การลงทุนในเพชรมีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ไม่ได้มีความคล่องตัวนัก เนื่องจากเป็นตลาดเฉพาะ ผลกำไรจากเพชรที่ผ่านมาตั้งแต่ ค.ศ. 2007 เฉลี่ยอยู่ที่ปีละ 5% หรือกะรัตละ 2,000-40,000 บาท การลงทุนในเพชรจัดเป็นการลงทุนระยะยาว แต่ไม่เป็น Passive Income บ่อยครั้งที่การซื้อขายจะเป็นไปตามความพึงพอใจมากกว่าที่จะอิงตามราคากลาง และใช้ระยะเวลาในการขายได้แต่ละชิ้นพอสมควร อาจจะปันเงินลงทุนส่วนเล็กๆ ออกมาหมุนเวียนใช้https://fun-88.org/fun88-mobile/ระหว่างรอก็ได้

เพชรที่เหมาะกับการซื้อไว้เก็งกำไรควรเป็นเม็ดที่น้ำงามจริงๆ (เกรดสี D-F) ความใสสะอาดของเนื้อเพชร (ระดับ IF หรือ S2 ขึ้นไป) ระดับการเจียระไนต้องดีมาก (Triple Excellent) มีขนาด 1 กะรัตขึ้นไป และมีใบรับรองจาก GIA หรือ HRD กำกับ เพชรร่วงน้ำดีที่เจียระไนแล้ว ขนาด 3-5 กะรัต เม็ดกลมจะขายได้ง่ายและราคาดีกว่า

เพชรที่นำออกมาขายกันเองเป็นรายบุคคลหรือรายย่อย มักให้ผลตอบแทนที่ไม่น่าพึงพอใจนัก เพราะการนำไปขายกับร้านเดิมที่ซื้อมาจะถูกหักร้อยละ 10-15 จากราคาซื้อ แต่เมื่อนำไปขายร้านอื่น มักโดนกดราคา หักถึงร้อยละ 20-30 ผู้ที่สนใจลงทุนอาจใช้ช่องทางการเป็นตัวแทน หรือรับทำแฟรนไชส์ (Franchise) จากร้านเพชรที่มีข้อเสนอเหล่านี้ให้ เช่น Jubilee, Fine Direct, Lenya Jewelry และ TOMODACHI