Home » ความจริงเกี่ยวกับเพชร » ความจริงของเพชรที่เกี่ยวพันกับความเชื่อ

ความจริงของเพชรที่เกี่ยวพันกับความเชื่อ

คุณค่าของเพชรบนความเชื่อ

เพชรเป็นอัญมณีที่มนุษย์ใช้กันมานานมากจนไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเริ่มต้นตั้งแต่เมื่อไร จากโบราณที่พกพาเป็นเครื่องราง แล้วกลายมาเป็นเครื่องประดับอันทรงคุณค่าในปัจจุบัน ย่อมต้องมีเรื่องราวต่างๆ นานา ส่งต่อกันมาตามยุคสมัยเป็นธรรมดา

  • มีตำนานโบราณที่เล่ากันว่า เพชรเกิดจากกระดูกของยักษ์ที่ชื่อว่า “มหาพลสูตร” ทำพิธีอดอาหาร แต่เมื่อได้ 7 วัน ก็ตายลง เทวดาจึงนำกระดูกของยักษ์ไปฝังไว้ทั่วๆ โดยทางวิทยาศาสตร์ได้พบว่า เพชรในประเทศไทยมีลักษณะแตกต่างจากที่อื่นซึ่งจะพบอยู่ในหิน แคมเบอร์ไลด์ สันนิษฐานว่า อาจเกิดจากการผุพังลงมาของหินโคลนปนกรวด (Pebbly Mudstone)
  • ชาวโรมันเชื่อว่า เพชรเป็นสะเก็ดดาวตกที่ร่วงมาจากการยิงธนูของเทพเจ้าแห่งความรักที่ชื่อว่า “อีรอสกามเทพ” ในทางวิทยาศาสตร์พบว่า มีสะเก็ดของเพชรเป็นคริสตัลที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าเยอะแยะมากมาย กระจายอยู่เต็มอวกาศ นักดาราศาสตร์สันนิษฐานว่า เป็นผลมาจากการขยายและหดตัวของดวงดาวที่ตายแล้ว
  • ความเชื่อที่ว่า เมื่อแตะหรือสัมผัสเพชรแล้วจะรู้สึกเย็น เป็นเพราะเพชรเม็ดนั้นเป็นเพชรมงคล ในทางวิทยาศาสตร์พบว่า เป็นเพราะเพชรมีอุณหภูมิปกติต่ำกว่าอุณหภูมิร่างกายมนุษย์ มีคุณสมบัติในการนำความร้อนสูง ชนิดที่เอาไปเคลือบหน้าต่างยานอวกาศกันมาแล้ว เพชรจึงเป็นสื่อนำความร้อนออกจากร่างกายได้ จึงทำให้รู้สึกเย็น

ชาวยุโรปเมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อน มีความเชื่อในการใช้เพชรเป็นวัตถุมงคล ขจัดปัดเป่าอันตรายจากภูติผี และในยุคกลางก็เชื่อว่า สามารถป้องกันโรคระบาดและโรคที่ไม่รูสาเหตุได้ ซึ่งต่อมาในสมัยของพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส ได้เกิดกฎมณเฑียรบาลเซนต์หลุยส์ ที่กำหนดให้เพชรเป็นของสูง ใช้ได้เฉพาะกษัตริย์เท่านั้น ทำให้เพชรทวีคุณค่าและราคายิ่งขึ้น กระทั่งได้มีการพบแหล่งเพชรจำนวนมหาศาลที่แอฟริกาใต้เมื่อ ค.ศ. 1871 จึงทำให้ราคาเพชรปรับตัวลงมาอยู่ในระดับที่คนทั่วไปซื้อหาได้